Apple เปิดตัว Apple Watch นาฬิกาอัจฉริยะ ขายจริงต้นปีหน้า ราคาเริ่มต้น 349 $

Apple Watch อัพเดทข่าวไอทีกับ 1000TIPsIT ที่งาน Apple Event หลังจากที่ Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ไม่กี่นาทีต่อมา Apple ได้ถือโอกาสเปิดตัว Apple Watch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะของตัวเองในช่วงท้ายของการนำเสนอ ซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่ Tim Cook ซีอีโอของ Apple คนปัจจุบันได้ออกมาใช้ประโยคเด็ดของ Steve Job อย่าง “One More Thing…” ในการเปิดตัว Apple Watch Apple Watch นาฬิกาอัจฉริยะ Apple Watch เป็นนาฬิกาข้อมือที่มีความแม่นยำไม่เกิน +/- 50 มิลลิวินาที ตัวซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของ Apple Watch ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนแปลงได้ตามรสนิยมและความชอบของแต่ละบุคคล Apple Watch นาฬิกาอัจฉริยะ Apple Watch จะมีทั้งหมดสามคอลเล็คชั่น (แอปเปิลเลือกใช้คำนี้) โดยแต่ละคอลเล็คชั่นจะมีสองขนาด และมาพร้อมกับสายรัดข้อมือที่มีขนาดที่แตกต่างกัน

  • Apple Watch รุ่นปรกติมาพร้อมกับจอกระจกแซฟไฟร์ วัสดุตัวเครื่องทำจากเหล็ก stainless steel
  • Apple Watch Sport มาพร้อมกับกระจกเสริมแรงทางเคมี, วัสดุตัวเครื่องใช้ anodised aluminium ที่แข็งแรงและเบากว่าเหล็ก
  • Apple Watch Edition ใช้ทองคำ 18 กะรัต ตัวจอทำจากกระจกแซฟไฟร์

นอกจากคอลเล็คชั่นที่แตกต่างกันแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเลือกเปลี่ยนสายรัดข้อมือต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ ที่แอปเปิลได้นำมาขายเองตอนนี้จะมีอยู่ทั้งหมดหกแบบ โดยจะแตกต่างกันที่วัสดุที่มีให้เลือกระหว่างแบบโลหะ, หนัง (ที่มีตัวล็อกแบบ buckle อีกหลายแบบ) และแบบ Sport ที่ออกแบบมาให้ทนกับเหงื่อและสารเคมีต่าง ๆ ได้

Apple Watch รุ่นปรกติ

Apple Watch รุ่นปรกติ

Apple Watch Sport

Apple Watch Sport

Apple Watch Edition

Apple Watch Edition

Digital Crown (เม็ดมะยม)

Digital Crown (เม็ดมะยม) Apple บอกว่าทีมพัฒนาเห็นว่าจอภาพที่เล็กของ Apple Watch ไม่เหมาะสมกับการใช้มัลติทัช เพราะว่านิ้วของผู้ใช้จะบดบังเนื้อหาบนหน้าจอทั้งหมด Apple จึงได้เลือกการใช้เม็ดมะยมเพื่อทดแทนการซูมเข้าและออกด้วยนิ้วสองนิ้ว หรือในบางกรณีใช้แทนการ scroll ได้ การ “กด” เม็ดมะยมบน Apple Watch ก็เหมือนกับ การกดปุ่ม Home button บนอุปกรณ์ iOS อื่น ๆ ผู้ใช้สามารถกลับไปสู่หน้าจอ Home Screen ได้ด้วยการกดเม็ดมะยมหนึ่งครั้ง และหากกดบนหน้า Home Screen อีกครั้ง Apple Watch จะแสดงหน้าปัดนาฬิกาให้

Digital Touch

Digital Touch Digital Touch เป็นแอพสื่อสารใหม่ที่ผู้ใช้สามารถเรียกขึ้นมาได้ด้วยการกดปุ่ม Digital Touch ซึ่งอยู่ด้านล่างของเม็ดมะยม โดยแอพตัวนี้เป็นแอพสื่อสารที่ผู้ใช้สามารถส่ง Emoji, วาดภาพ หรือส่ง “ใจ” ไปให้ผู้ใช้ Apple Watch อีกคนได้

Force Touch

Force Touch ที่มาใหม่บน Apple Watch คือการกดลงไปบนหน้าปัดด้วยแรงที่มากกว่าปรกติ (น่าสนใจว่าทำไม iPhone 6 ถึงไม่มี) โดยสำหรับบน Apple Watch การจิ้มหน้าจอแรง ๆ แบบนี้จะเป็นการเรียก Contextual menu ลักษณะเดียวกับการกดปุ่ม Menu บน Android นั่นเอง แต่จากภายในงานยังไม่มีการยืนยันว่าการจิ้มหน้าจอแรง ๆ (Force Touch) แบบนี้มันต่างกันกับการจิ้มหน้าจอค้าง (Long Tap) ธรรมดาหรือไม่

ด้านซอฟท์แวร์

ผู้ใช้สามารถที่จะใช้วิธีตอบด้วยการใช้ Dictation แทนการพิมพ์ หรือเลือกใช้ Emoji แบบใหม่ที่แอปเปิลทำให้เฉพาะบน Apple Watch ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกแก้ไขหน้ายิ้มได้ตามที่ตัวเองต้องการได้ Digital Touch Emoji แต่ที่มาใหม่เลยสำหรับ Apple Watch จริง ๆ คือการสื่อสารที่แอปเปิลเรียกว่าจะทำให้ผู้ใช้ทั้งสองฝั่งรู้สึก “ใกล้ชิด” (intimate) กันมากกว่าเดิมนั่นก็คือการสื่อสารด้วย Digital Touch โดยผู้ใช้สามารถเลือกส่งเนื้อหาถึงกันได้สี่แบบคือ:

  • Sketch วาดภาพอะไรลงไปก็ได้ โดยภาพที่วาดจะมีแอนิเมชั่นแบบดอกไม้ไฟให้ด้วย
  • Walkie-Talkie หรือใช้การพูดด้วยเสียงสั้น ๆ ไปหาอีกฝั่ง
  • Tap หรือการ “จิ้ม” โดยผู้รับข้อความจะได้รับการ “จิ้ม”​ ผ่านการสั่นของ
  • Taptic Engine Heartbeat หรือการส่งอัตราการเต้นหัวใจของเรา ให้อีกฝั่งได้รับรู้

ด้านแอพพลิเคชั่น

Apple Watch จะกลายเป็นแพลตฟอร์มใหม่อย่างเต็มตัว ที่จะรองรับการทำงานเป็นจอภาพที่สองของไอโฟน โดยเริ่มต้นแอพต่าง ๆ อย่าง Messages, Calendar, Apple Maps, Passbook, Music, Stocks, Photos, Siri และ Weather จะมีมาให้เลย โดยแอพเหล่านี้จะทำงานด้วยการดึงข้อมูลผ่านแอพตัวเดียวกันจากบน iPhone ด้านแอพพลิเคชั่น สำหรับนักพัฒนาทั่วไป ก็สามารถทำให้แอพของตัวเองมาทำงานบน Apple Watch ได้ผ่านทาง WatchKit ซึ่งมีสามองค์ประกอบหลักได้แก่:

  • ตัวแอพพลิเคชั่นเองที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับหน้าจอ Apple Watch
  • Glances ซึ่งเปรียบเสมือน widget บน Apple Watch ที่เน้นการให้ข้อมูลที่ผู้ใช้เรียกดูได้อย่างง่ายและรวดเร็ว
  • Notifications ที่มี action ให้ผู้ใช้เลือกใช้งานอื่น ๆ ต่อได้ด้วย

การใช้งาน Apple Watch จะต้องใช้งานคู่กับไอโฟนรุ่นที่รองรับ Bluetooth LE ซึ่งได้แก่ iPhone 5, iPhone 5s, iPhone 5c และ iPhone 6, iPhone 6 Plus ที่เพิ่งเปิดตัวไปวันนี้ Apple Watch จะเริ่มวางขายจริงในช่วงต้นปีหน้า และจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐ ที่มา – Blognone